head
หน้าแรกเว็บบอร์ด
|
ตั้งคำถามใหม่
|
ปิดหน้านี้
** !! กระทู้ขายสินค้าลดความอ้วน หาลูกทีม ธุรกิจMLM ห้ามโพสเด็ดขาด**
รายละเอียดหัวข้อ
อานิสงค์ของการสร้างวิหาร
การสร้างวิหารได้อานิสงค์ยังไงบ้างคะ
โดย :
Tiana
เมื่อวันที่
26/08/2009 เวลา 12:12:13
ความคิดเห็นที่ [
1
]
อานิสงส์การสร้างวิหารทาน
--------------------------------------------------------------------------------
ต่อนี้ไปก็มาคุยกันถึงเรื่องการทำบุญ คนทำบุญบรรดาท่านพุทธบริษัท พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่าเมื่อจิตใจตั้งใจทำบุญเสร็จ ทำบุญแน่นอนแล้ว สมเด็จพระประทีปแก้วทรงยืนยันว่าวิมานคอยอยู่แล้ว คือเจ้าของยังไม่ตายแต่วิมานปรากฏอยู่ก่อน เรื่องราวมีอยู่ว่า
ในสมัยที่องค์สมเด็จพระชินวรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ เวลานั้นปรากฏว่า มีมาณพท่านหนึ่งคือ นันทิยมาณพ เป็นคนเคารพในพระพุทธศาสนาปกครองทรัพย์สินมากมาย คือเป็นเศรษฐี มีความเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระมหามุนี สร้างศาลา ๔ หน้า ถวายพระพุทธเจ้าคือถวายเป็นของสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน
หลังจากนั้นเวลาตอนกลางคืน อัครสาวกขององค์สมเด็จพระพิชิตมาร คือพระโมคคัลลาน์ พระองค์นี้มีความสำคัญมาก เรียกว่าวันนี้ทั้งหมดบรรดาพุทธบริษัท พูดเรื่องจริงทั้งหมดนะ ไม่มีนิทาน แล้วก็ไม่มีนิมิต
นิทานก็ดี นิมิตก็ดี ขอบรรดาท่านพุทธบริษัทอย่าถือว่าจริงเกินไป เอาเหตุเอาผลเป็นสำคัญ แต่ว่าในเรื่องนั้นๆ ให้ถือว่าธรรมะเป็นเรื่องสำคัญ ธรรมะน่ะจริงแน่
พระโมคคัลลาน์ท่องสวรรค์
มาตอนนี้ปรากฏว่าพระโมคคัลลาน์ พระโมคคัลลาน์นี่ท่านเป็นพระพิเศษ แต่พระที่ท่องเที่ยวในสวรรค์ ในพรหมโลก ในนรก แดนเปรต แดนอสุรกาย มีเยอะ ไม่ใช่มีพระโมคคัลลาน์องค์เดียว
แต่ว่าแต่ละท่าน ต่างคนต่างไป ต่างคนต่างรู้ ไปเห็นแล้วรู้แล้ว เข้าใจแล้ว ก็มาแนะนำบรรดาท่านพุทธบริษัทด้วยความจริงใจว่า คนนั้นตายไปเกิดที่นั่น คนนี้ตายไปเกิดที่นี่ ใครเป็นญาติกานาติเกกันบ้าง เขาสั่งมาว่าอย่างไร ก็แนะนำตามนั้น เวลานั้นพระพุทธเจ้าทรงยืนยัน แต่พระโมคคัลลาน์นั้นไปแล้วไม่อยู่เปล่า ไปหามาทั่วพบทั่วแล้วก็กลับมาถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เหตุที่พบมานั้นเป็นจริงหรือไม่ องค์สมเด็จพระจอมไตรก็ทรงยืนยันรับรอง
ทีนี้มาวันนั้น คืนวันนั้น ที่นันทิยมาณพท่านถวายศาลา ๔ หน้าเสร็จ กลางคืนพระโมคคัลลาน์ก็เจริญกรรมฐานปกติของพระอรหันต์
พระอรหันต์นี่เวลาเจริญกรรมฐาน บรรดท่านพุทธบริษัท จะไปดูเวลานั่งขัดสมาธินี่มันไม่ได้ ท่านไม่ถือการขัดสมาธิเป็นเรื่องสำคัญ นั่งขัดสมาธิมือซ้อนกันนี่นะ เพราะว่าเป็นพระที่จบแล้ว ท่านใช้อารมณ์ได้ทุกขณะ ขณะคุยกันนี่ท่านก็ใช้ได้
อย่าลืมว่าอรหันต์ใช้ฌานสมาบัติ ความเป็นทิพย์ไม่จำกัดเวลาจะพูด จะคุย จะทำงานทำการ อยากจะรู้เมื่อไรก็รู้ได้ เห็นอะไรปุ๊บปั๊บมีความรู้สึก แต่ว่าพระอรหันต์เป็นพระเก็บ ไม่แสดงออก ไม่ชูงวง อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า "เธอทั้งหลาย จงอย่าชูงวงเข้าไปสู่ตระ++ล"
นั่นหมายความว่า แสดงตนโอ้อวดว่าฉันเป็นพระอรหันต์บ้าง ฉันมีความรู้อย่างนั้นอย่างนี้บ้าง ฉันเป็นเปรียญชั้นนั้นชั้นนี้ ฉันเป็นพระครู ฉันเป็นเจ้าคุณ อะไรพวกนี้
จริงๆ แล้วพระสมัยนี้ท่านก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีใครเขาชูงวงกัน แต่พวกชูงวงคงจะมีอยู่บ้าง เป็นของธรรมดาๆ สิ่งใดที่พระพุทธเจ้าห้าม สิ่งนั้นก็ย่อมจะมี
ท่านบอกว่า "เธอทั้งหลาย จงอย่าชูงวงเข้าไปสู่ตระ++ล"
คือประกาศตนว่าฉันเป็นขั้นนั้น ฉันเป็นขั้นนี้ เพื่อความเลื่อมใสของบุคคล
อีกประการหนึ่ง ท่านบอกว่า
"จงทำตนเหมือนโมคคัลลาน์ โมคคัลลาน์ทำตนเหมือนแมลงภู่ เข้าไปเชยน้ำหวานจากเกสรของดอกไม้ ได้กินน้ำหวานแล้วดอกไม้เขาไม่ช้ำฉันใด บรรดาพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายในพระพุทธศาสนา เวลาเข้าไปสู่ตระ++ล จงอย่าทำให้บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทชอกช้ำในความเป็นอยู่หรือจิตใจ"
ก็รวมความว่า วันนั้นพระโมคคัลลาน์ขึ้นไปบนสวรรค์ก็ไปเจอวิมานที่ไปพบมาแล้วทุกๆวัน แต่ปรากฏว่า พอเลี้ยวเข้ามามุมหนึ่งของสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก ก็มีความแปลกใจว่าเห็นวิมานใหม่มันเกิดขึ้น วิมานนี้เป็นวิมาน ๔ มุข มียอดใหญ่ตระการตาสวยสดงดงามมาก แพรวพราวเป็นระยับ
วิมานคอยอยู่แล้ว
ท่านจึงหันไปถามเทพบุตรที่อยู่ใกล้ๆถามว่า "วิมานนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร...?"
เทพบุตรองค์นั้นท่านก็ตอบว่า "วิมานนี้เป็นวิมานของ นันทิยมาณพ เมื่อกลางวันวานที่แล้วมาปรากฏว่านันทิยมาณพเขาถวายวิหารศาลา ๔ มุขในพระพุทธศาสนา มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน พอถวายเสร็จวิมานก็ปรากฏก่อน"
อัครสาวกขององค์สมเด็จรพระชินวรถามว่า "เป็นอย่างนี้ทุกรายรึ...?"
เทพบุตรองค์นั้นก็บอกว่า "เป็นอย่างนี้ทุกราย คนที่ทำบุญเสร็จมีวิมานทันทีทันใด"
พอพูดมาถึงตอนนี้บรรดาท่านพุทธบริษัท ก็นึกถึงว่าคนที่ถวายสังฆทาน ความจริงถวายสังฆทานก็พร้อมด้วยวิหารทาน คือปัจจัยที่นำมาถวายก็เป็นสังฆทานด้วย เป็นวิหารทานด้วย จึงมีวิมานปรากฏก่อนทุกคน
อัครสาวกขององค์สมเด้จพระชินวรก็มองดูไปที่วิมาน เห็นนางฟ้าเต็มไปหมด เป็นพันคน เวลานั้นบรรดานางฟ้าทั้งหลายก็ลงมาจากวิมาน มากราบอัครสาวกขององค์สมเด็จพระทศพลแล้วเธอทั้งหลายก็กล่าวว่า
"ภันเต พระคุณเจ้าผู้เจริญ พระเจ้าข้า พวกฉันเป็นนางฟ้ามาอยู่ที่วิมานนี้หวังจะบำรุงบำเรอเทพบุตร คือนันทิยมาณพให้ความสุข แต่เมื่อมาถึงแล้วก็ปรากฏว่าอยู่เปล่า ว่างๆใจเหวงหวาง เพราะไม่มีเทพบุตรที่จะบำรุงบำเรอ
ฉะนั้น พระคุณเจ้ากลับลงไปเมืองมนุษย์ ได้โปรดบอกนันทิยมาณพด้วยว่า เวลานี้วิมานใหญ่โตสวยงามที่สุดปรากฏขึ้นแล้วในดาวดึงสเทวโลก เป็นที่อยู่ของท่าน และมีนางฟ้านับพันคอยบำรุงบำเรออยู่ ขอให้นันทิยมาณพละอัตภาพจากความเป็นคน คือรีบตายแล้วมาเกิดบนสวรรค์ชั้นนี้ดีกว่า"
เธอเปรียบเทียบว่า "อยู่เมืองมนุษย์ก็เหมือนกับใช้ถาดดินเหนียว มาอยู่บนสวรรค์ก็เหมือนใช้ถาดทองคำ"
พอเวลาเสร็จภาระกิจ พระโมคคัลลาน์ก็กลับ
ตอนเช้า เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเทศน์จบ พระโมคคัลลาน์ก็ฟังด้วย ความจริงพระอรหันต์ก็ฟังเทศน์ อย่านึกว่าเป็นอรหันต์แล้วไม่ฟังนะ ทุกองค์ยังมีความเคารพในพระพุทธเจ้า มีความเคารพในพระธรรม และพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงเทศน์อาจจะมีแปลกๆ นิดๆ หน่อยๆ เป็นความรู้ใหม่ เมื่อองค์สมเด็จพระจอมไตรทรงเทศน์จบ
พระโมคคัลลาน์ก็ทูลถามว่า
"คนที่ทำบุญแลวแต่ยังไม่ตาย ปรากฏว่าวิมานเกิดคอยแล้ว ความจริงเป็นประการใด พระพุทธเจ้าข้า"
ที่พระโมคคัลลาน์ถามอย่างนี้ บรรดาท่านพระพุทธบริษัทไม่ใชพระโมคคัลลาน์อวดดีพระโมคคัลลาน์อวดเด่น พระโมคคัลลาน์จะอวดใคร เป็นความดีที่พระโมคคัลลาน์ทำอย่างนั้นเพื่อเป็นการตัดอารมณ์ของตัวว่า การเห็นแบบนั้นเป็นอุปทานหรือเปล่า คำว่า อุปทาน เป็นการนึกขึ้นเอง
แต่ก็ไม่แน่นัก คำว่าอุปทานอาตมาก็เคยเกิด เคยพบวันหนึ่งมีอารมณ์มัวไปนิดหนึ่ง ก็ปรากฏว่าอยากจะเฝ้าพระพุทธเจ้าขึ้นไปเห็นพระพุทธเจ้าสวยงามมาก เปล่งปลั่ง รัศมีปกติเหมือนทุกอย่าง กราบท่านแล้วก็ถามปัญหาบางอย่าง ปรากฏว่าคำตอบผิด อาตมาถามถึงเหตุที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า ระยะสั้นๆ
คือถาม ๑ ชั่วโมง ต้องการผลใน ๑ ชั่วโมง ผลที่เกิดมาผิด ก็แปลกใจว่า ทุกครั้งที่เราฟังมาไม่เคยผิด
วันต่อมาจึงเข้าไปเฝ้าองค์สมเด็จพระธรรมสามิสร ทำใหม่คราวนี้ทำใจให้สะอาดจริงๆ ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่นึกถึงเรื่องราวที่คิดไว้ก่อน ก็พบองค์สมเด็จพระชินวร ถามท่าน
ท่านก็บอกว่า "ดูซ้ายมือซิ"
พอดูซ้ายมือ เห็นเป็นรูปพระพุทธเจ้า แต่มีเขี้ยว
ท่านบอกว่า "มารเข้าขวางทางของเธอก่อนที่เธอจะมาเธอจงอย่าคิดอะไรก่อน จงทำเหมือนทุกครั้งที่แล้วมา เมื่อวานนี้เธอคิดอะไรเสียก่อนแล้วขึ้นมา อารมณ์นั้นยังค้างอยู่ เขาเรียกอุปทาน"
เป็นอันว่าพระโมคคัลลาน์ท่านตัดอุปทานอย่างนี้
เพื่อความมั่นใจ เมื่อองค์สมเด็จพระจอมไตรทรงสดับแล้วองค์สมเด็จพระประทีปแก้วตรัสว่า "โมคคัลลาน์ เมื่อคืนนี้เธอไปเห็นมาเองแล้วใช่ไหม พระโมคคัลลาน์ก็มีความมั่นใจ
นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัท การทำบุญนั้น วิมานเขาค่อยอยู่แล้ว ทุกคนให้มั่นใจในความดีของตน
นิมิต
อย่างมีครั้งหนึ่งตามที่กล่าวมาว่า ครั้งหนึ่งที่อาตมานิมิตคือไม่ใช่นิมิตหรอก จิตมันวูบวาบไป มันตายน่ะ
พูดง่ายๆถ้าใครเขาเห็นเวลานั้นก็เป็นความตาย แต่มันใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงนัก จากเวลา ๓ ทุ่มเศษๆ ไปถึงตี ๒ กลับมา ตอนนั้นที่บอกว่าไปนั่งอยู่หน้ากำแพงด้านหนึ่งตามที่ผ่านมาแล้ว แล้วก็มองเข้าไปข้างใน ใสสะอาดสวยงามมาก แพรวพราวเป็นระยับ สว่างมาก
แล้วท่านบอกว่า "มีวิมาน ๗ แสนหลังคอยพวกเธออยู่ภายใน เธอมีสิทธิ์ แต่ยังเข้าไม่ได้ คอยก่อน"
อันนี้ก็เป็นนิมิตอันหนึ่ง ที่จะจริงก็ได้บรรดาท่านพุทธบริษัทตอนนี้เป็นนิมิตนะ ขอบรรดาท่านผู้รู้ใช้กำลังของท่านพิจารณาดูก็แล้วกัน
แล้วต่อมาอีกวันหนึ่ง เข้าไปทบทวนใหม่ ถามว่า "วิมานชุดนั้นตั้งอยู่ที่ไหนกันแน่...?"
วันนั้นเข้าได้ เข้าแล้วอยู่ไม่ได้ วันที่ผ่านมาแล้วที่พูดเข้าไปจะอยู่เลย คือไปแล้วจะอยู่เลย ไม่กลับ ท่านเลยห้ามเขตแต่วันต่อมา ไม่เอาล่ะ จะไปแค่ดูเฉยๆ ท่านก็เลยบอกว่า
"จากจุดนี้ที่เธอนั่ง หันหน้าไปทางด้านทิศเหนือ แล้วอยู่ทางซ้ายมือ วิมาน ๗ แสนวิมาน ตั้งเรียงรายเป็นระยับ"
ก็มีคนถามว่า คล้ายบ้านจัดสรรใช่ไหม ก็บอกว่าใช่แต่บริเวณเขาไกลกว่ากันมาก เขากว้างมาก สวยสดงดงามเป็นระยับ
ก็เดินเข้าไปดู ก็เกิดความเพลิดเพลินว่า วิมานนี้เป็นวิมานเฉาจริงๆไม่มีเจ้าของ ถ้าเป็นเมืองมนุษย์เราจะขายเลหลัง จะเลหลังคงจะได้หลายสตางค์ แต่ว่านี่เป็นนิพพาน ขายไม่ได้
เอาละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย เวลาเหลืออีกประมาณ ๑ นาทีเศษๆ ก็ขอบรรดาสาวกองค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์ เอาธรรมเป็นเครื่องประจำใจไปใช้ปฏิบัติสักนิดหนึ่งว่า ความดีเบื้องต้นของคนก็คือศีล ๕ ทุกคนจงระมัดระวัง
ศีล ๕ คือ
๑. ไม่ฆ่าสัตว์
๒. ไม่ลักทรัพย์
๓. ไม่ประพฤติผิดในกาม
๔. ไม่พูดมุสาวาท
๕. ไม่ดื่มสุราและเมรัย
ทั้ง ๕ ประการนี้ ถ้าทำได้บรรดาพุทธบริษัท จะเป็นมหาเสน่ห์อย่างมาก เพราะการไม่ฆ่าสัตว์ เป็นคนที่มีใจไม่โหดร้าย อย่างนี้มีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส มีเมตตาปรานี ไปที่ไหนก็มีแต่คนรัก เป็นเสน่ห์
การไม่ลักไม่ขโมยเขา ทุกคนก็ไว้วางใจ มีเพื่อนมากมีคนต้องการคบหาสมาคม จะไปพักที่ไหน จะไปนอนที่ไหนก็ได้ ข้าวปลาอาหารไม่อด เพราะเขารัก นี่ก็เป็นเหตุความสุขใจ
การไม่ละเมิดสามีภรรยาของบุคคลอื่น อันนี้เป็นเครื่องสบายใจอย่างหนึ่ง เป็นที่ไว้วางใจของคน ไม่ทำลายความรักกันก็เป็นเสน่ห์ให้เกิดความรัก
การพูดตรงไปตรงมาเป็นสัจธรรม อันนี้มีความสำคัญมาก บรรดาท่านพุทธบริษัท รักษาให้ดี เป็นเสน่ห์มหาศาล
ต่อมาข้อสุดท้าย ที่พวกเราไม่ดื่มสุราบานไม่ทำสติสัมปชัญญะให้เสื่อม จะเป็นของดีมาก
ทุกอย่าง ๕ ประการนี้ ทำได้มีแต่ความสุข ไม่มีความทุกข์ ความทุกข์ใดๆที่มีอยู่แล้วในโลกที่ปรากฏมาก่อน ตามศีล ๕ ที่องค์สมเด็จพระชินวรตรัสไว้แล้วนั้น บรรดาท่านทั้งหลายเขาถือว่าเป็น สีลานุสสติกรรมฐาน เป็นกรรมฐานบทสำคัญทำให้ท่านทั้งหลายมีความสุขทั้งชาตินี้และชาติหน้า
เวลาหมดแล้วบรรดาท่านพุทธบริษัท ขอลาก่อน ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูลผล จงมีแก่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนผู้อ่านทุกท่าน
จากหนังสือ ธรรมปฏิบัติ เล่ม ๙ หน้าที่ ๒๑-๓๐ โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร)
อานิสงฆ์การสร้างโบสถ์
สมัยนี้ การสร้างวัด ต้องอาศัยกำลังทรัพย์และกำลังคนมหาศาล เพราะต้องสร้างวัดให้เพียบพร้อมด้วยสถานที่ร่มรื่น มีอาคารโรงเรือนมากมาย โดยเฉพาะมีโรงอุโบสถ หรือโบสถ์ สถานที่ที่จะต้องใช้เพื่อการทำสังฆกรรมสำคัญๆหลายอย่าง อาทิ การให้การอุปสมบทแก่กุลบุตร การสวดทำอัพภานกรรม การสวดญัตติทุติยกรรมวาจา การสวดญัตติจตุตถกรรมวาจา ฯลฯ ของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา
เนื่องจากโบสถ์ที่สร้างขึ้นทุกวันนี้ คณะสงฆ์สามารถใช้ให้เป็นประโยชน์ได้หลายอย่างคือ เป็นอาคารอเนกประสงค์ รวมทั้งใช้เป็นที่ประชุมที่แสดงธรรม ที่ฝึกอบรมสมาธิภาวนาที่สวดมนต์ ทำวัตรเช้าค่ำ และที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับต้อนรับพระอาคันตุกะ เป็นต้น เพราะฉะนั้น ผู้ที่สร้างโบสถ์ถวายพระสงฆ์จึงได้บุญกุศลมากมาย ทั้งชาตินี้และชาติหน้า กล่าวคือ
ชาตินี้ ผู้มีศีลเป็นพื้นฐานที่ถวายโรงอุโบสถ ย่อมได้ความปลื้มปีติสุขอย่างสูง เมื่อได้ทราบว่าพระสงฆ์ได้ใช้โรงอุโบสถที่ตนสร้างถวายอย่างคุ้มค่า เกียรติคุณของผู้ถวายย่อมฟุ้งขจรไกล ผู้ถวายย่อมได้ สดับพระธรรมเทศนา เพิ่มพูน ศีล สมาธิ ปัญญา ทำให้จิตใจสะอาด สว่างสงบสุขได้มากขึ้น แม้จะสิ้นชีพก็ไม่หลงทำกาลกิริยา(ตาย) ย่อมมีอารมณ์ยึดมั่นในกุศลเป็นอาสันนกรรมสที่ดี ชาติหน้า ถ้าผู้ถวายโรงอุโบสถ ยังมีกิเลสอยู่ถึงแก่กรรมลง เขาย่อมได้ไปเกิดในกำเนิดที่ดีมีความสะดวกสบายที่เรียกว่าสุคติโลกสวรรค์ อันเพียบพร้อมด้วยสิ่งที่ประเสริฐ ที่พึงพอใจ อันเป็นฝ่ายโลกิยสมบัติและจะได้บรรลุคุณธรรมต่างๆ อาทิ ฌาน อภิญญา อริยมรรค อริยผล และกระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานเป็นที่สุด
การผูกพันธสีมา และฝังลูกนิมิต
เมื่อมีตัวอาคาร หรือโรงอุโบสถอันมีขนาดใหญ่พอสมควร มีเสนาสนะอื่นๆ ที่พระสงฆ์ใช้พักอาศัยอำนวยความสะดวกและใช้ประกอบศาสนกิจ ซึ่งปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของสงฆ์ และได้รับอนุญาตจากทางราชการบ้านเมืองแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายพระสงฆ์ที่จะต้องมีพิธีผูกพัทธสีมา อันรวมถึงการเตรียมลูกนิมิตไว้พร้อมสรรพซึ่งชาวบ้านมัก เรียกว่า งานผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิต ทั้งนี้ จำเป็นต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามพระวินัยพุทธบัญญัติก่อน พระสงฆ์จึงกระทำสังฆกรรมที่กำหนดไว้ในพระวินัยได้
โดย :
วัด
เมื่อวันที่
27/08/2009 เวลา 11:17:14
ความคิดเห็นที่ [
2
]
ผ้าป่าจากประเทศฝรั่งเศสมาร่วมทำบุญด้วย ขออนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุฯ
โดย :
วัด
เมื่อวันที่
27/08/2009 เวลา 12:28:51
ความคิดเห็นที่ [
3
]
สนใจเป็นเจ้าภาพสร้างมหามงคลทานในครั้งนี้ได้ที่
พระครูสังฆรักษ์สมศาสตร์ โฆสิตธมฺโม
เจ้าอาวาสวัดเชตวัน (พระนอน) ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ๕๗๐๐๐
โทร. ๐-๘๙๙-๕๖๑-๗๔๖, ๐-๘๑๔-๗๓๔-๐๖๓ หรือ
www.phranorn.com
หรือโอนเข้าชื่อบัญชี พระสมศาสตร์ โฆสิตธมฺโม (เพื่อสร้างอุโบสถวัดร้องบง)
ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยบิ๊กซี เชียงราย เลขที่ 595-0-09596-0
หรือ สร้างอุโบสถวัดร้องบง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาแม่สรวย
เลขที่บัญชี 2012699812
โดย :
วัด
เมื่อวันที่
27/08/2009 เวลา 12:52:32
ความคิดเห็นที่ [
4
]
เมื่อรู้ว่าการทำบุญถื่อเป็นมหากุศลที่ยิ่งใหญ่ เราก็ควรชวนเพื่อน ๆ มาทำบุญกันเยอะ ๆ
โดย :
Tiana
เมื่อวันที่
01/09/2009 เวลา 09:09:20
ความคิดเห็นที่ [
5
]
a>链接: <a href="http://www.google.com">google</a>
New a>链接: <a href=http://www.google.com>google</a>
url]链接: [url=http://www.google.com]google[/url]
a]链接: [a/]http://www.google.com[a]google[/a]
link]链接: [link=http://www.google.com]google[/link]
纯链接:
http://www.google.com/1.html
google
リンク>链接: <リンク:http://www.google.com>google</リンク>
โดย :
dd
เมื่อวันที่
20/09/2010 เวลา 15:56:15
แสดงความคิดเห็น
รูปภาพ
ชื่อ
*
*
อีเมล
ใส่รหัสโค๊ด =>
36855
10 กระทู้ล่าสุด
ตั้งกระทู้ใหม่
ดูทั้งหมด
ขออนุญาติ ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์น้องใหม่มาแรง รายได้เสริม จาก ...
[02/05/2013 เวลา 09:53:47 ] ( อ่าน 25 /ตอบ 0)
ขาย เครื่องพิมพ์ EPSON (เอปสัน) LQ-300+II แบบ Dot-Matrix ราค ...
[17/12/2012 เวลา 15:12:05 ] ( อ่าน 142 /ตอบ 0)
ซื้อ Antivirus (แอนตี้ไวรัส)Bitdefenderของแท้ ราคาถูกที่สุด ...
[11/12/2012 เวลา 10:31:32 ] ( อ่าน 119 /ตอบ 0)
ซื้อ (แอนตี้ไวรัส) Avira Antivirus 2013 ของแท้ ราคาถูก
[11/12/2012 เวลา 10:16:25 ] ( อ่าน 109 /ตอบ 0)
ซื้อ Antivirus (แอนตี้ไวรัส)Bitdefenderของแท้ ราคาถูกที่สุด ...
[07/12/2012 เวลา 10:31:02 ] ( อ่าน 150 /ตอบ 0)
ททํ มาโน ปิโยโหติ
[10/09/2012 เวลา 18:45:27 ] ( อ่าน 352 /ตอบ 0)
รับหล่อระฆัง
[17/07/2012 เวลา 13:34:59 ] ( อ่าน 447 /ตอบ 1)
หน้าต่างชีวิตประจำเดือนมกราคม ฉบับฉลอง ๗๕๐ ปีเมืองเชียงราย
[21/01/2012 เวลา 18:19:25 ] ( อ่าน 764 /ตอบ 0)
ได้ยิน เพลง "งามเจียงฮาย" ที่แอ็ดคาราบาวแต่งให้หรือยัง
[16/01/2012 เวลา 11:03:50 ] ( อ่าน 1164 /ตอบ 1)
กำนดการสวดมนต์ข้ามปีวัดพระนอน ปี ๒๕๕๔
[31/12/2011 เวลา 13:21:40 ] ( อ่าน 854 /ตอบ 2)
Untitled Document
Chiangrai Enter Soft บริการออกแบบเว็บไซต์ทุกระบบงาน
สถานที่ติดต่อ : วัดเชตวัน(วัดพระนอน) 89/12 บ้านหนองบัว ต.เีวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 57000
โทร 053-714087,089-9561746 Email phranorn@hotmail.com
CopyRight 2009-20010 http://www.phranorn.com All Right Reserved. Power by :
Chiangrai Enter Soft